No
Member
สมัครสมาชิก ฟรี ! | ลืมรหัสผ่าน | ? สมัครสมาชิกแล้วได้อะไรบ้าง
ชื่อล็อคอิน
รหัสผ่าน
มุมน่าสนใจ
 
   
 

Doenload (เผยแพร่ผลงานวิชาการ)
ใส่รหัสแก้ไข
ค้นหา
ใส่คำค้นหาเป็นคำๆ ง่ายต่อการค้นหา
ใส่คำสั้นๆได้ใจความ

ไม่มีไฟล์ดาวน์โหลด
ชื่อเรื่องผลงานวิจัย
ชื่อ-สกุลเจ้าของผลงาน
ชื่อตำแหน่ง
ชื่อโรงเรียน
จังหวัด
0
ช่วงชั้น
กลุ่มสาระการเรียนรู้
0
รางวัลที่ได้รับ
บทคัดย่อ

บทคัดย่อ

การพัฒนารูปแบบการสอน SUNEE  MODEL  เพื่อพัฒนาทักษะการฝึกหัดนาฏศิลป์ไทยและเสริมสร้างความคิดสร้างสรรค์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ใช้กระบวนการวิจัยและพัฒนา (Research & Development) โดยมีวัตถุประสงค์ของการวิจัย 1) เพื่อพัฒนาและหาประสิทธิภาพของรูปแบบการสอน SUNEE  MODEL  ที่พัฒนาขึ้นตามเกณฑ์ 80/80 2) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง การฝึกหัดนาฏศิลป์ไทยของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ก่อนเรียนและหลังเรียนโดยใช้รูปแบบการสอน SUNEE  MODEL  3) เพื่อศึกษาทักษะปฏิบัติการฝึกหัดนาฏศิลป์ไทยจากการเรียนโดยรูปแบบการสอน SUNEE  MODEL  4) เพื่อศึกษาความสามารถในการคิดสร้างสรรค์ของนักเรียน จากการเรียนโดยรูปแบบการสอน SUNEE  MODEL และ 5) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนโดยใช้รูปแบบการสอน SUNEE  MODEL  การวิจัยครั้งนี้ใช้รูปแบบการวิจัยและพัฒนา สำหรับขั้นตอนการวิจัย ผู้วิจัยได้ทำการวิจัยทดลอง 4 ครั้ง ซึ่งเป็นการทดลองใช้รูปแบบการสอน SUNEE  MODEL  และนำรูปแบบการสอน SUNEE  MODEL  ที่พัฒนาขึ้นไปใช้จริง เพื่อพัฒนาทักษะการฝึกหัดนาฏศิลป์ไทย ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ซึ่งการทดลองในครั้งที่ 1 – 3 เป็นขั้นการทดลองเพื่อพัฒนาประสิทธิภาพของรูปแบบการสอน ผู้วิจัยได้ใช้วิธีสุ่มอย่างง่าย (Simple Random Sampling)โดยวิธีจับฉลากรายชื่อห้องเรียน ในปีการศึกษา 2556 – 2558 และการทดลองในครั้งที่ 4 ซึ่งเป็นการนำรูปแบบการสอน SUNEE  MODEL  ที่ได้พัฒนาขึ้นจนมีประสิทธิภาพแล้วไปใช้จริงกับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 38 คน ในปีการศึกษา 2559 ใช้ระยะเวลาทดลองสอนโดยใช้รูปแบบการสอน SUNEE  MODEL  รวม 15 ชั่วโมง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ รูปแบบการสอน SUNEE  MODEL  เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน แบบประเมินทักษะปฏิบัติการฝึกหัดนาฏศิลป์ไทย แบบประเมินความคิดสร้างสรรค์ และแบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียน การวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าทีแบบไม่อิสระจากกัน (t – test Dependent) ค่าเฉลี่ย(X ) และค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐาน(Standard Deviation) ผลการวิจัยพบว่า

1. รูปแบบการสอน SUNEE  MODEL  มีประสิทธิภาพ 84.85/83.43

2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง การฝึกหัดนาฏศิลป์ไทย สาระนาฏศิลป์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ก่อนเรียนและหลังเรียนโดยใช้รูปแบบการสอน SUNEE  MODEL  จากการทดลองครั้งที่ 1 – 4 แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 โดยพบว่า นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่เรียนด้วยรูปแบบการสอน SUNEE  MODEL  มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน

3. ทักษะปฏิบัติการฝึกหัดนาฏศิลป์ไทย ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จากการเรียนโดยรูปแบบการสอน SUNEE  MODEL  โดยรวม อยู่ในระดับมากที่สุด

4. ความสามารถในการคิดสร้างสรรค์ของนักเรียน จากการเรียนโดยรูปแบบการสอน SUNEE  MODEL  พบว่า นักเรียนกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มีความคล่องในการคิด อยู่ในระดับปานกลาง คิดเป็นร้อยละ 78.90 มีความคิดละเอียดลออ อยู่ในระดับปานกลาง คิดเป็นร้อยละ47.40 มีความคิดริเริ่ม อยู่ในระดับปานกลาง คิดเป็นร้อยละ 84.20 และ มีความคิดยืดหยุ่น อยู่ในระดับปานกลาง คิดเป็นร้อยละ 65.80

5. ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนโดยใช้รูปแบบการสอน SUNEE  MODEL  โดยรวม อยู่ระดับมาก

ประเภทไฟล์
 
     

 
ชื่อผู้แสดงความเห็น
มีอีกเพียบเลื่อนลงไปดู
รายละเอียด
 
 ?ใส่รหัสลับ ใส่ให้ตรงกันครับ
 
ข้อตกลงในการแสดงความคิดเห็น
- ไม่โพสข้อความหยาบคาย หมื่นสถาบัน
- ไม่โพสข้อความโฆษณาต่างๆ จดหมายลูกโซ่
- ไม่โพสข้อความทำให้บุคคลอื่นเสียหาย
* หากพบเห็นจะถูกแบนทันที
     


 
Thai-Education
www.thai-education.com
บันเทิง:
เกมส์สนุก:
ความรู้:
ข่าวการศึกษา , มุมคุณครู , ผลงานนักเรียน , เผยแพร่ผลงานวิชาการ , คลังความรู้ , ข้อสอบออนไลน์ , มุมคุณธรรม
บริการ:
ติดต่อโฆษณา